ระวังเวลาว่าง

โดยปกติแล้วเราใช้เวลาว่างทำอะไรกัน? บางคนอาจจะตอบว่าคงจะหาได้ลำบากเพราะงานและภาระต่างๆที่มีนั้นมากจนไม่อาจจะหาเวลาว่างได้เลย ในขณะที่บางคนก็มีเวลาว่างมากจนไม่รู้จะเอาไปทำอะไรดี โดยปกตินั้นเวลาว่างไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้ายอะไร ตรงข้ามกลับเป็นสิ่งที่ดี เพราะได้ทำให้บางคนมีเวลาทำสิ่งที่ตนอยากทำ หรือได้มีเวลาพักผ่อนจากสิ่งรอบข้าง อย่างไรก็ตามทุกๆสิ่งนั้นจะดีหรือร้ายย่อมขึ้นอยู่กับตัวเรา เวลาว่างก็เช่นเดียวกัน หากเราใช้ไม่ถูกก็อาจจะส่งผลเสียต่อตัวเราได้เช่นกัน
ใน 2 ซามูเอล 11:1 กล่าวว่า “ครั้นถึงฤดูแล้งเมื่อบรรดากษัตริย์ยกกองทัพออกไปรบ ดาวิดทรงใช้โยอาบพร้อมกับพวกข้าราชการและอิสราเอลทั้งหมด เขาไปกวาดล้างคนอัมโมนและล้อมเมืองรับบาห์ไว้ แต่ดาวิดประทับที่เยรูซาเล็ม” เรื่องทั้งหมดนั้นเกิดจากการที่ดาวิดไม่ได้อยู่ในที่ที่เขาสมควรอยู่ เวลานั้นดาวิดควรจะไปออกรบเหมือนกับบรรดากษัตริย์องค์อื่นๆ เวลาว่างของดาวิดนี้เกิดจากการไม่ยอมทำตามภาระหน้าที่ของตน อย่างที่ได้กล่าวในตอนแรกว่าเวลาว่างนั้นไม่ได้เป็นสิ่งเลวร้าย แต่ขึ้นอยู่กับการใช้เวลานั้นต่างหาก

ดาวิดไม่ได้ใช้เวลาว่างที่มีอยู่ในทางที่ฉลาดนัก ส่งผลให้เขาต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นตามมา ใน2 ซามูเอล 11:1 “อยู่มาเวลาเย็นวันหนึ่ง เมื่อดาวิดทรงลุกขึ้นจากพระแท่นและดำเนินอยู่บนดาดฟ้าหลังคาพระราชวัง ทอดพระเนตรจากหลังคาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอาบน้ำอยู่ หญิงคนนั้นสวยงามมาก” การที่ดาวิดไม่ได้อยู่ในที่ๆเขาสมควรอยู่ ซึ่งก็คือในสนามรบนั้นไม่ได้เป็นปัญหาอะไรนัก แต่ต่อมาดาวิดกลับใช้เวลาว่างของเขานั้นไปอยู่ในที่ที่ตนไม่สมควรอยู่ ส่งผลให้เขาต้องตกอยู่ในการทดลอง ความบาปนั้นเริ่มต้นจากสิ่งที่เล็กน้อย เหมือนกับดาวิดที่บาปของเขานั้นเริ่มต้นที่ตา เริ่มต้นจากตัณหาในการมอง แม้ว่าการเห็นผู้หญิงคนหนึ่งอาบน้ำอยู่จะนำให้ดาวิดเข้าสู่การทดลองก็ตาม แต่ดาวิดเองสามารถหยุดการทดลองนั้นได้ แต่เขากลับเลือกที่จะทำตามใจปรารถนาของตนเองต่อไป ดังนั้นตัณหาทางตาจึงพัฒนาต่อไปเป็นการล่วงประเวณี “ดาวิดทรงใช้คนไปไต่ถามเรื่องผู้หญิงคนนั้น คนหนึ่งมากราบทูลว่า หญิงคนนี้ชื่อบัทเชบา บุตรีของเอลีอัม ภรรยาของอุรีอาห์คนฮิตไทต์มิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ ดาวิดก็ทรงใช้ผู้สื่อสารไปรับนางมา นางก็มาเฝ้าพระองค์ แล้วพระองค์ทรงสมสู่กับนาง(พอดีนางได้ชำระตัวให้สิ้นมลทินของนางแล้ว) แล้วนางก็กลับไปเรือนของตน” 2 ซามูเอล 11:3-4 ผลของบาปนั้นมักจะเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงเสมอ แม้ว่าในบางครั้งเราอาจจะคิดว่าไม่เป็นไร ไม่มีใครรู้ถึงสิ่งที่เราทำ แต่ไม่มีสิ่งใดที่รอดพ้นสายพระเนตรของพระเจ้าได้ และหากแม้ว่าเราได้ทำบาปและสารภาพบาปต่อพระเจ้า แน่นอนพระองค์ทรงอภัยให้แก่เราเสมอ แต่ผลของบาป ผลของสิ่งที่เกิดขึ้นตามมานั้นเราเองต้องรับผิดชอบ เช่นเดียวกัน ผลของบาปที่ดาวิดทำในที่ลับบัดนี้ได้ปรากฏออกมา นั่นก็คือการตั้งครรภ์ของนางบัทเชบานั่นเอง “ผู้หญิงนั้นก็ตั้งครรภ์ นางจึงใช้คนไปกราบทูลดาวิดว่า หม่อมฉันตั้งครรภ์แล้ว” 2 ซามูเอล 11:5

เมื่อเราทำบาป บ่อยครั้งเราก็เป็นเหมือนกับกษัตริย์ดาวิด แทนที่เราจะสารภาพบาปและกลับใจใหม่ เรากลับทำบาปที่ใหญ่กว่าเก่าเพื่อกลบเกลื่อนบาปอันเล็กน้อยของเรานั้นไม่ให้ใครรู้ เหมือนกับที่ดาวิดได้ฆ่าอุรีอาห์ เหมือนกับที่ดาวิดได้ทำบาปโดยฆาตรกรรมชายผู้บริสุทธิ์เพื่อกลบเกลื่อนบาปแห่งการล่วงประเวณีของตน “ครั้นรุ่งเช้าดาวิดทรงอักษรถึงโยอาบและทรงฝากไปกับอุรีอาห์ ในลายพระหัตถ์นั้นว่า จงตั้งอุรีอาห์ให้เป็นกองหน้าเข้าสู้รบตรงที่ดุเดือดที่สุด แล้วล่าทัพกลับเสียเพื่อให้เขาถูกโจมตีให้ตาย” 2 ซามูเอล 11:14-15

ในเวลานี้เรากำลังเป็นเหมือนกับดาวิดหรือไม่ เราได้อยู่ในที่ที่เราควรอยู่หรือเปล่า? หรือเราได้พาตัวไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่หรือไม่? เราใช้เวลาว่างที่เรามีอยู่ไปในทางที่ถูกที่ควรหรือยัง? บาปนั้นเริ่มต้นจากสิ่งที่เล็กน้อย แต่มันสามารถเติบใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว ระวัง! อย่าตกหลุมพลางของมัน คิดให้ดีว่าวันนี้เราใช้เวลาว่างของเราอย่างไร?

โดย  พายุแห่งความเปรมปรีดิ์