เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์
 

 

2.2 ความเพลิดเพลิน

"1 ข้าพเจ้ารำพึงว่า 'มาเถอะ มาลองสนุกสนานกันดู เอ้า จงสนุกสบายใจไป' แต่ดูเถิด เรื่องนี้ก็อนิจจังเช่นกัน
2 ข้าพเจ้าพูดเกี่ยวกับการหัวเราะว่า 'บ้าๆบอๆ' และกล่าวถึงความสนุกสนานว่า 'มีประโยชน์อะไร'
3 ข้าพเจ้าคิดดูว่าจะทำอย่างไร กายจึงจะคึกคักด้วยเหล้าองุ่น และใจยังคงแนะนำข้าพเจ้า ด้วยสติปัญญาและจะยึดความเขลาไว้อย่างไร จนข้าพเจ้าจะเห็นได้ว่า อะไรจะดีสำหรับให้บรรดาบุตรของมนุษย์ กระทำภายใต้ท้องฟ้าตลอดชีวิตของเขา" (ปัญญาจารย์ 2:1-3)

คริสเตียนสยาม - เว็บสำหรับคนอยากรู้จักพระเจ้า  พระเยซู  อยากเป็นคริสเตียนหรืออยากไปโบสถ์

ซาโลมอนมีวิธีการแสวงหาความเพลิดเพลินให้กับชีวิตมากมาย  พระองค์ทรงปฏิบัติตามปรัชญาอย่างเดียวกับสโลแกนในโฆษณาที่ว่า "สนุกให้เต็มที่ ชีวิตนี้มีหนเดียว"  ซาโลมอนทรงกระทำทุกวิถีทางที่จะหาความสำเริงสำราญให้กับตัวเอง 

แต่เมื่อเวลาผ่านไป  พระองค์ทรงพบว่า "ความสนุกสนาน" นั้น  ไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับชีวิต และไม่ได้ดีอย่างที่คิด

ซาโลมอนได้กล่าวในบทที่ 2:1-11 ว่า  ความพยายามของพระองค์ในการแสวงหาเป้าหมายของชีวิตโดยการหาความเพลิดเพลินในการกินดื่ม การมีเพศสัมพันธ์ ดนตรี และสถานที่ที่สวยงามนั้น ก็กินลมกินแล้ง

คุณจะรู้สึกหิวได้อย่างไรเมื่อท้องอิ่ม ?

ซาโลมอนทรงเป็นนักชิมไวน์ชั้นเยี่ยม (ปัญญาจารย์ 2:3) และอาหารที่ดีที่สุดไม่เคยขาดไปจากโต๊เสวยของพระองค์เลย (1พงษ์กษัตริย์ 4:22-23; 10:4-5)  แต่กระนั้น พระทัยของพระองค์ยังทรงเหี่ยวแห้ง  พระองค์ตรัสว่า

"บรรดาการงานของมนุษย์ก็เพื่อปากของเขา แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่รู้จักอิ่ม" (ปัญญาจารย์ 6:7)

เหตุใดความสนใจในเรื่องเพศจึงลดน้อยลง ?

การแสวงหาความสุขทางเพศ เป็นสิ่งหนึ่งที่ซาโลมอนไม่เคยขาด  พระองค์มเหสี 700 องค์ และนางห้าม 300 องค์ (1พงษ์กษัตริย์ 11:3)  นักภาษาศาสตร์ได้ตีความหมายของคำว่า "เครื่องดนตรีทุกประเภท" ปัญญาจารย์ 2:8 ว่า  หมายถึงฮาเร็ม  ซึ่งได้แก่พวกนางห้าม  การตีความในลักษณะนี้ เหมาะกับสถานการณ์ของพระองค์ในเวลานั้นจริง ๆ

จากสมัยของซาโลมอน  สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก  เราอยู่ในสังคมที่ซึมซาบไปด้วยเรื่องเพศ และเป็นสังคมที่เจ็บป่วยจากปัญหาเรื่องเพศ  แต่ซาโลมอนทรงเรียนรู้ว่าเพศไม่ได้ให้ความสุขแก่มนุษย์อย่างที่คิด

เหตุใดเครื่องดนตรีถึงไม่มีความไพเราะ ?

ซาโลมอนทรงเพลิดเพลินกับเสียงเพลงที่ขับร้องโดยนักร้องชายหญิงของพระองค์

"ข้าพเจ้าสะสมเงินทองไว้ด้วย และส่ำสมทรัพย์สมบัติอันควรคู่กับกษัตริย์และควร คู่กับเมืองทั้งหลาย ข้าพเจ้ามีนักร้องชายหญิงสำหรับตัวและเมียน้อย ซึ่งเป็นสิ่งชอบใจผู้ชาย" (ปัญญาจารย์ 2:8)

พระองค์ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเล่นเทป และหูฟังติดตัวเวลาเดินไปไหนมาไหน  เพราะพระองค์ทรงมีวงดนตรีส่วนพระองค์คอยตามเสด็จไปทั่วพระราชวัง และทั่วทั้งพระราชอาณาเขตทั้งหมด  แต่ดนตรีที่ไพเราะเหล่านี้ไม่สามารถแก้ปัญหาในเรื่องของความอยุติธรรม การทนทุกข์ หรือการทารุณกรรมได้  เสียงเพลงไม่สามารถให้คำตอบในเรื่องจุดหมายชีวิตแก่เรา  เพียงแต่ช่วยหันเหเรา และช่วยให้เราสงบใจ เพื่อนำพาชีวิตให้ผ่านพ้นไปได้อีกวันหนึ่งเท่านั้นเอง

เหตุใดสวนที่งดงามจึงเหี่ยวแห้งลง ?

"5 ข้าพเจ้าทำสวนผลไม้และสวนหย่อนใจหลายแห่ง ปลูกต้นไม้มีผลหลายอย่างไว้ในสวนเหล่านั้น
6 ข้าพเจ้าสร้างสระน้ำหลายสระสำหรับตัวเอง เพื่อจะใช้น้ำในสระนั้นรดหมู่ไม้ที่กำลังงอกงาม" (ปัญญาจารย์ 2:5-6)


ซาโลมอนทรงสร้างทิวทัศน์ที่สวยงามไว้รอบกายของพระองค์  เพื่อสร้างความเพลิดเพลินให้แก่พระเนตรของพระองค์  ทั้งไม้ดอก ไม้ต้น และไม้พุ่ม ซึ่งขึ้นเรียงกันอยู่เป็นทิวแถว

แต่ในขณะที่คนสวนดูแลต้นไม้อยู่นั้น  ซาโลมอนทรงตระหนักว่า  ภายในจิตใจของพระองค์นั้นเต็มไปด้วยวัชพืชแห่งความสับสน และความเพลิดเพลินสนุกสนานที่เห็นแก่ตัว  มีบางสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น (ปัญญาจารย์ 2:11)  เช่นเดียวกับที่บาปเข้ามาในสวนเอเดน (ปฐมกาล 1-3)  พระองค์ทรงเรียนรู้ว่าความบาปสามารถทำลายความงามในชีวิตของมนุษย์ได้

ผู้คนในปัจจุบันพยายามแสวงหาความสุขด้วยวิธีการอย่างไร ?

วิธีการของเรา ไม่ต่างจากวิธีการของซาโลมอนมากนัก  เรายังคงจับฉวยความสนุกสนานและสุดท้ายก็จบลงที่ความว่างเปล่า  สังคมที่เราอยู่นั้นหมกมุ่นแต่ในเรื่องเพศ  บางคนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของดนตรี  หลายคนหาความเต็มอิ่มจาการกินดื่ม  บางคนก็ทุ่มเทลงไปกับการตกแต่งบ้านให้สวยงาม  แต่ก็มีบางคนที่ยังคงแสวงหาความสุขโดยพึ่งยาเสพติด  ซึ่งทำให้เขามองไม่เห็นว่าชีวิตของพวกเขากำลังถูกทำลายอย่างไร

ไม่ว่าคุณจะแสวงหาความสุขด้วยวิธีใด  ผลลัพธ์สุดท้ายก็จะเป็นแบบเดียวกัน  นั่นก็คือ  ความสุขที่ไม่สามารถให้ความอิ่มบริบูรณ์ได้ตลอดไป  ความตื่นเต้น ความสูงส่ง หรือการหัวเราะ ก็ล้วนแต่ปราศจากพลังแห่งการดำรงอยู่

คิดทบทวน

  • คุณสามารถเลียนแบบทัศนคติของโมเสสในเรื่องของการมี "ชีวิตที่ดี" ได้อย่างไร ?

"24 เพราะความเชื่อ เมื่อโมเสสโตแล้วท่านไม่ยอมให้ใครเรียกท่านว่า เป็นบุตรของธิดากษัตริย์ฟาโรห์
25 ท่านเลือกการร่วมทุกข์กับชนชาติของพระเจ้าแทนการเริงสำราญในความชั่ว
26 ท่านถือว่าการอดทนต่อความอัปยศเพื่อพระคริสต์ ประเสริฐกว่าสมบัติของประเทศอียิปต์ เพราะท่านหวังบำเหน็จที่จะได้รับนั้น" (ฮีบรู 11:24-26)

  • อาจารย์เปาโลได้บรรยายถึงลักษณะจิตใจของมนุษย์ในสมัยจะสิ้นยุคไว้ว่าอย่างไร ?

"1 แต่จงเข้าใจข้อนี้ คือว่าในสมัยจะสิ้นยุคนั้น จะเกิดเหตุการณ์กลียุค
2 เพราะมนุษย์จะเห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน เย่อหยิ่ง ยโส ชอบด่าว่า ไม่เชื่อฟังคำบิดามารดา อกตัญญู ไร้ศีลธรรม
3 ไร้มนุษยธรรม ไม่ให้อภัยกัน ใส่ร้ายกัน ไม่ยับยั้งชั่งใจ ดุร้าย เกลียดชังความดี
4 ทรยศ มุทะลุ หัวสูง รักความสนุกยิ่งกว่ารักพระเจ้า" (2ทิโมธี 3:1-4)

  • จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณถูกกระตุ้นด้วยความปรารถนาที่จะแสวงหาความสุขให้กับชีวิต ?

"1 อะไรเป็นสาเหตุของสงคราม และอะไรเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาทกันในพวกท่าน มิใช่กิเลสตัณหาของท่านหรือ ที่ทำให้ท่านต่อสู้กัน
2 ท่านทั้งหลายอยากได้ แต่ไม่ได้ ท่านก็ฆ่ากัน ท่านโลภแต่ไม่ได้ ท่านก็ทะเลาะและทำสงครามกัน ท่านไม่มีเพราะท่านไม่ได้ขอ
3 ท่านขอและไม่ได้รับ เพราะท่านขอผิด หวังได้ไปเพื่อสนองกิเลสตัณหาของท่าน
4 คนทุจริตเอ๋ย ไม่รู้หรือว่า การเป็นมิตรกับโลกนั้น คือการเป็นศัตรูกับพระเจ้า เหตุฉะนั้น ผู้ใดใคร่เป็นมิตรกับโลก ผู้นั้นก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้า" (ยากอบ 4:1-4)

  • ความสุขแบบไหนที่ปิดกั้นความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับพระเจ้า ?

เขียนโดย เคิร์ท เดอ ฮาน
แปลโดย ปาริชาติ แสงอัมพร
เรียบเรียงโดย ชนิดา จิตตรุทธะ
จากหนังสือ ฉันมาอยู่ในโลกนี้ทำไม ?

Back 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 Next